ชมเมืองของฝูงแกะน้อยดาร์บี้ Derby! - ตะลุยเรียน & ตะลอนเที่ยวแดนผู้ดี Study in UK : เรียนภาษาฯ (ตอนที่ 7 พาเที่ยวเมืองแห่งฝูงแกะ - ดาร์บี้) 

 

กลับมาแล้วครับหลังจากที่ห่างหายไปนานเพราะอยู่ในช่วงระหว่างสอบปิดคอร์สและการสอบได้เสร็จสิ้นไปแล้ว วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปพบกับเสน่ห์ของเมืองเล็กๆที่เงียบสงบและน่าอยู่อีกเมืองหนึ่งบนเกาะอังกฤษ นั้นคือ เมืองดาร์บี้-Derbyครับผมได้ใช้บริการรถโค้ชของ National Express อีกครั้งหนึ่ง เพื่อตีตั๋วไป-กลับสนนราคา 8.20 ปอนด์ จากเลสเตอร์-ดาร์บี้ เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของผม นั้นคือเมืองดาร์บี้ครับ ผมขึ้นรถโค้ชสาย 440 หรือ Service 440 ออกเดินทางประมาณ 11.00 นใ ใช้เวลาละประมาณเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงเมืองดาร์บี้อันเป็นที่หมายแล้วครับ เมือง Derby เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางภาคกลางของอังกฤษ เช่นเดียวกับ Nottingham, Leicester และ Birmingham ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของภาคกลางและแม่น้ำสายหลักของเมือง ได้แก่ แม่น้ำ River Derwent ทำให้เมืองนี้เป็นเมืองแห่งเกษตรกรรมและปศุสัตว์ครับ โดยเฉพาะการปศุสัตว์ที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้มาช้านาน คือ การเลี้ยงแกะ นั้นเองครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นตราสัญลักษณ์ประจำเมืองที่มีแกะอยู่เหนือหมวกอัศวิน หรือแม้แต่ทีมฟุตบอลประจำเมืองที่คนไทยคุ้นหูกันบ้าง ได้แก่ ทีมฟุตบอลดาร์บี้เคาท์ตี้ ก็มีแกะเป็นสัญลักษณ์ครับ

เมื่อรถโค้ช National Express มาถึงเมืองดาร์บี้ รถโค้ชกลับไม่ได้จอดท่ารถแบบที่เมืองอื่นๆแต่อย่างใดครับ แต่กลับจอดอยู่ตรงป้ายรถเมลล์ตรงใกล้ๆกับบริเวณอาคาร Tourist Center ทำให้ทราบทันทีว่าเมืองนี้ไม่มีอาคาร Bus Station ครับแบบเมืองอื่นๆที่ผมไปทัศนาจรมา แต่อาศัยจุดรับส่งรถโค้ชหรือป้ายรถเมลล์เพื่อใช้เป็นท่ารถชั่วคราวเท่านั้นครับ พอถามผู้คนที่อยู่แถวนั้นทำให้ทราบว่า Bus Station แห่งใหม่กำลังก่อสร้างอยู่ครับ ด้วยเหตุนี้เองจึงอาจจะไม่สะดวกกับนักท่องเที่ยวซักเท่าไรหากเวลาฝนตก เพราะว่าป้ายรถเมลล์ที่อาศัยเป็นท่ารถโค้ชชั่วคราวมีขนาดเล็ก(มาก)

 

 

บนรถโค้ช National Express

 

ทัศนียภาพข้างทางระหว่าง Leicester – Derby

 

 

 

 

 ท่ารถโค้ช(ชั่วคราว) National Express

 

 

 

 

รูปปั้นของเจ้าชายชาร์ล Prince Charles Edward Stuart บุคคลสำคัญของเมือง

 

 

ขณะก้าวเท้าลงจากรถผมมองไปทางซ้ายมือของผม สิ่งแรกที่มองเห็นนั้นคือ อนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่กลางลานสาธารณะที่กว้างใหญ่ เมื่อเดินไปใกล้ๆ แล้วอ่านป้ายดูพบว่าเป็นอนุสาวรีย์ของ เจ้าชาย Prince Charles Edward Stuart หรือ Bonnie Prince Charlie ผู้ซึ่งเป็นเจ้าชายผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังค์อังกฤษของฝ่ายราชวงศ์ Stuart หรือเรียกว่าพวก Jacobitism ก็ได้ เจ้าชายผู้นี้ตลอดทั้งชีวิตก็พยายามชิงบัลลังค์อังกฤษ (สืบต่อภารกิจชิงบัลลังค์จากบิดา คือ James Francis Edward Stuart (Old pretender) แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอันใดนักในการพยายามที่จะชิงบัลลังค์ดังกล่าว

 

 

 

 

 

 

 

วิหารดาร์บี้ หรือ Derby Cathedral Center – สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 14

 

 

บริเวณที่ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์มากนัก จะสังเกตเห็นโบสถ์ที่สวยงาม เมื่อเดินไปใกล้ๆ และอ่านป้ายพบว่า เป็นวิหารดาร์บี้ หรือ Derby Cathedral อันเป็นวิหารประจำเมืองดาร์บี้ สำหรับรูปแบบสถาปัตย์กรรมของโบสถ์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างโกธิคและนีโอคลาสสิก ด้วยเหตุว่ามีการก่อสร้างและบูรณะมาเป็นเวลานานตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมาทำให้มีความวิจิตรและงดงามตามสถาปัตยกรรมอังกฤษแบบดั้งเดิม

 

 

 

 

 

 

อาคารCity Council, Guildhall และป้ายบอกทางในตัวเมือง Derby

 

 

น้ำตกจำลองและรูปปั้นในเมือง Derby

 

บรรยากาศและฝูงชนภายในเมือง Derby

 

รถแท็กซี่สีเหลืองจอดอยู่เรียงรายข้างถนน

 

โบสถ์ St. Peter’s ที่เก่าแก่สร้างตั้งแต่ประมาณ ค.ศ. 900-1000 เป็นโบสถ์นิกายแองกลิกัน

 

 

ข้างบนเหมือนลานสาธารณะทั่วไป แต่ข้างใต้ดิน“ห้องส้วมสาธารณะ” ครับ  

 

ป้ายบอกทาง ทำให้สะดวกในการท่องเที่ยวใน Derby City

 

 

บาร์ที่ทำด้านหน้าทางเข้าคล้ายกับโรงภาพยนตร์

 

ด้านข้าง Museum & Art Gallery และรูปปั้นของ Sir Michael Thomas Bass อดีตผู้แทนราษฎรเมือง Derby

 

 

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ Derby Museum & Art Gallery