แล้วเช้าวันใหม่ก็มาถึง........ หลังจากที่ผมทำธุระส่วนตัวอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็คว้าแผนที่ของเลสเตอร์และกล้อง เพื่อใช้นำทางและบันทึกภาพของจุดมุ่งหมายข้างหน้า ผมก็เริ่มต้นด้วยการเดินจากหอพักของผมมาเริ่มต้น ณ “หอนาฬิกา” เพราะว่าหอนาฬิกาเป็นจุด “ชุมทาง” ของเมืองและถนนทุกสายก็มุ่งหน้ามาสู่หอนาฬิกาแห่งนี้ ดังนั้น จึงสังเกตได้ง่ายหากว่าเราจะไปตามถนนหนทางไหน เราก็มาเริ่มต้นจากใจกลางหรือบริเวณที่สามารถสังเกตจากแผนที่ได้ชัดเจนครับ (คล้ายกับการมาเริ่มขึ้นรถเมลล์ที่สนามหลวงหรืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)

 

 

 

ผมพลิกแผนที่และอ่านมันไปมาสองถึงสามรอบ ผมสังเกตเห็นจุดบริเวณสีเขียวใหญ่ในแผนที่ ตรงบริเวณขอบของแผนที่ครับ มีตัวหนังสือเล็กๆเขียนว่า “Abbey Park” และหนทางไม่น่าจะไกลจากหอนาฬิกามากนัก ผมเลยเดินจากหอนาฬิกาผ่านทาง Church Gate เพื่อมุ่งหน้าตรงไปยัง Abbey Park ครับ ระหว่างทางจะข้ามสีแยกไฟแดงได้เจอโบสถ์ลักษณะคล้ายโบสถ์โบราณอีกฟากถนนหนึ่ง ผมเลยเดินเข้าไปถ่ายรูปและอ่านป้ายครับ จากป้ายเขียนว่า “St.Margaret’s Church” ครับ จะสังเกตได้ว่าถนนหนทางที่ประเทศอังกฤษหรือแม้ว่าจะที่ไทยเองก็ดี มักจะตั้งชื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ครับ ที่ตั้งครับ เพราะ“St.Margaret’s Church” ตั้งอยู่บน “Church Gate” นั้นเอง สำหรับประวัติความเป็นมาของวัดนี้ เป็นโบสถ์เก่าสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนที่พวกนอร์แมนจะเข้ามาพิชิตครับ

 

 

 

 

 

 

ไม่ว่าจะไปที่แห่งหนตำบลไหนในประเทศอังกฤษ ก็จะสามารถเจอโบสถ์เก่า คล้ายๆลักษณะแบบนี้ได้ทุกหนทุกแห่งครับ จะต่างกันก็รายละเอียดทางด้านสถาปัตยกรรม ปีที่สร้างและนิกายที่บริหารโบสถ์อยู่ ณ ขณะนั้นครับ เหตุที่มีโบสถ์เยอะขนาดนี้ ก็เพราะว่าวัฒนธรรมของชนชาวอังกฤษกับศาสนาคริสต์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาช้านาน แรกเริ่มเดิมทีชาวอังกฤษก็นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก (ซึ่งถือว่าพระสันตะปาปา แห่งโรมเป็นประมุขของศาสนาหรือเรียกกันว่า “โรมันคาทอลิก”) จนมาถึงรัชสมัยของ “พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8” (Henry XIII of England) ได้ทรงก่อตั้งนิกายใหม่คือ “นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์” (Church of England) เหตุว่าพระองค์ไม่อยากให้ศาสนาคริสต์ในประเทศอังกฤษขึ้นตรงกับพระศาสนจักรโรมและพระสันตะปาปา ทั้งนี้ก็มีสาเหตจากเรื่องภายในครอบครัวของพระองค์ กล่าวคือพระองค์ต้องการสมรสได้หลายครั้ง การสมรสที่ผิดแผกแปลกจารีตประการนี้ ทางโรมันคาทอลิกเองก็อาจไม่พอใจพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 มากนัก ประกอบกับปัญหาทางการเมืองต่างๆระหว่างราชอาณาจักรอังกฤษและศาสนจักรโรมันคาทอลิก ดังนั้น ผลจากการสถาปนานิกายใหม่ของอังกฤษ คือ “นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์”  ดังกล่าว ทำให้สถานะของพระมหากษัตริย์อังกฤษนับแต่สมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 เป็นต้นมา นอกจากพระมหากษัตริย์อังกฤษจะทรงเป็นประมุขของ “ฝ่ายอาณาจักร” แล้ว ยังทรงเป็นประมุขของ “ฝ่ายศาสนจักร” อีกด้วยครับ จากเหตุการณ์นี้เองทำให้เห็นความขัดแย้งระหว่าง “อาณาจักร”และ”ศาสนจักร” ในอดีตอย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

 

 

 

     

St.Margaret’s Church ,Leicester

 

 

 

   

    

บริเวณทางเข้า Abbey Park

 

 

 

 

ผมได้เดินมาจนมาถึงด้านหน้าของ Abbey Park หรือถ้าแปลเป็นไทยก็คือ “สวนสาธารณะแอบบี้” นั้นเองครับ เมื่อผมผ่านประตูด้านหน้าเข้ามาเดินตามทางมาด้านขวามือ มีสนามเด็กเล่นใหญ่ไว้ให้เด็กๆเล่นกันครับ ภายในสนามเด็กเล่นมีเครื่องเล่นมากมายหลายอย่าง น้องๆเด็กๆ ฝรั่งน่ารักมาก  ภายใน Abbey Park ไม่ได้มีเฉพาะสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่น แต่ยังมีอาคารโบราณเก่าแก่และสวนสัตว์เล็กไว้ให้หนูๆน้องๆ และผู้ใหญ่แบบเราๆท่านๆ ได้เดินเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วยนะครับ เนืองจาก Abbey Park มีบริเวณกว้างขวางมาก หากผมได้มีโอกาสไปในส่วนของอาคารทรงโบราณและสวนสัตว์เล็ก ผมจะเขียนเล่าให้ฟังในวันหลังนะครับ

 

 

 

 

 

   

  

บริเวณภายใน Abbey Park

 

 

 

เมื่อผมเดินผ่านเข้ามาทางด้านใน จะมีสระน้ำขนาดใหญ่พอๆกับสวนลุมพินีของกรุงเทพฯเลยนะครับ ในสระน้ำมีฝายเล็กๆอยู่ภายในสระ เป็ดเล็กๆเกาะอยู่ตามสันฝายกันเยอะน่าดู เป็นภาพที่เห็นแล้วน่ารักมาก เมื่อเดินเข้ามาก็จะมีการจัดสวนไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยงดงามมากครับ ผมตั้งขอสังเกตเช่นเดียวกับเรื่องของโบสถ์ เพราะว่าไม่ว่าจะไปเมืองไหนของอังกฤษ เราสามารถพบ “สวนสาธารณะ” ได้ในทุกเมืองครับ ถ้าเป็นเมืองใหญ่ๆ ก็หลายที่นะครับ อย่างเช่นเมืองเลสเตอร์ มีสวนสาธารณะที่สำคัญ ได้แก่ Abbey Park  Castle Gardens  Western Park   Victoria Park    Evington Park   Aylestone Hall Gardens    Knighton Park   Bede Park   Watermead Country Park  และ Braunstone Park   นอกจากนี้ ยังมีสวนสาธารณะและสวนหย่อมอีกมากมายหลายแห่งด้วยกัน ทั้งนี้ด้วยความเป็นรัฐสวัสดิการประกอบกับการจัดผังเมืองที่ใส่ใจในสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประเทศอังกฤษ น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศนี้มีสวนสาธารณะไว้ให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจเป็นจำนวนมาก (แม้แต่หลังมหาวิทยาลัยของผู้เขียนเองก็มีสวนหย่อมครับ ผู้เขียนก็มักไปวิ่งอยู่ตอนเย็นเป็นประจำ)

 

 

 

 

 

 

 

หากท่านใดที่อยากจะมาเที่ยวประเทศอังกฤษ ผมแนะนำว่าเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ควรหาโปรแกรมเที่ยวตาม “สวนสาธารณะ” ที่สวยๆ ในประเทศนี้บ้างนะครับ เพราะนอกจากจะได้ชมทิวทัศน์อันงดงามแล้ว ยังไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูหรือค่าเข้าชมใดๆทั้งสิ้นครับ(ฟรี) ท่านสามารถเช็คข้อมูลตามเว็บไซต์ของCity Council ของเมืองที่ท่านจะแวะไปเที่ยวได้นะครับ

 

 

 

 

 

 

 

ผมได้เที่ยวชม Abbey Park โดยการเดินรอบๆ เพื่อซึมซับกับบรรยากาศธรรมชาติและนั่งพักผ่อนหย่อนอารมณ์ ประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะออกไปทางประตูอีกด้านหนึ่งเพื่อเดินไปตาม “แผนที่” ที่จะนำผมไปสู่สถานที่ใหม่ซึ่งไม่ไกลจาก Abbey Park มากเท่าไรครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

ประตูของ Abbey Park (มีตราประจำเมืองติดไว้ด้วย)

 

 

 

 

 

 

ป้ายบอกทางไป National Space Center และ Abbey Pumping Station และเส้นทางเล็กๆไปสู่ที่หมาย

 

 

 

 

 

 

 

National Space Center

 

 

 

 

ผมเดินตามแผนที่ไปเรื่อยๆ ในบริเวณที่ไม่ไกลจากด้านหลัง Abbey Park มากนัก เมื่อมองด้วยสายตาแต่ไกลจะเจออาคารทรงทันสมัยสีเงินๆครับ ลักษณะคล้ายฝักข้าวโพดใหญ่ ผมเมื่อดูตามแผนที่ประกอบกับป้าย ทำให้ได้รู้ว่าอาคารหลังนี้คือ “National Space Center” หรือ ศูนย์อวกาศแห่งชาตินั้นเองครับ ผมเดินไปตามป้ายบอกทางสีน้ำตาลชี้ว่าให้เข้าไปตามลูกศรที่ปรากฏบนป้