จัดกระเป๋าไปเรียนต่อประเทศอังกฤษควรเตรียมอะไรไปบ้าง? แน่นอนครับว่าเป็นคำถาม "ยอดฮิต" สำหรับคนไปที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศทุกคน เพราะอาจจะกลัวว่าเมื่อไปแล้วจะไม่สามารถหาได้ตามที่อยากจะใช้สอยได้ 

เรื่องของน้ำหนักกระป๋า ผมแนะนำว่าถ้าได้พิกัดน้ำหนักกระเป๋ามาเท่าไร ก็ควรบรรจุน้ำหนักให้พอดีกับน้ำหนักกระเป๋าที่ทางสายการบินแต่ละสายการบินกำหนดครับ แต่ถ้าเกินมานิดหน่อยไม่มากจนเกินไป ก็ขึ้นกับลูกอ้อนแล้วหละครับ ส่วนใหญ่แอร์โฮสเตส-น้องๆกราวน์สนามบินสาวๆน่ารักๆ ส่วนใหญ่จะใจดีอยู่แล้วครับ ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ถ้าน้ำหนักเกินมามาก นั้นหมายความว่าต้องจ่ายค่าน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มอีกเยอะครับ

ของใช้ที่นำติดไปผมแนะนำสิ่งแรกคือของใช้ส่วนตัวครับ ผมจะแนะนำเป็นหมวดๆดังนี้นะครับ

-เสื้อผ้า

"เสื้อ" ควรเตรียมไปให้เท่าที่ใช้จำเป็นครับ อย่างน้อยควรเตรียมเสื้อผ้ามาให้เพียงพอต่อการใส่ได้ 1-2 อาทิตย์ครับ(เพราะหอพักส่วนใหญ่มีเครื่องซักและปั่นผ้า ทำให้ไม่ต้องซักบ่อย) ในส่วนของเสื้อครับ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด หรือเสื้อเชิร์ตก็สุดแท้แต่รสนิยมการสวมใส่ครับ แต่ผมแนะนำว่า "เสื้อยืด" จะ "เหมาะกว่า" เพราะว่าส่วนใหญ่การใช้ชีวิตของนักศึกษาจะไม่ค่อยมีเวลาพิถีพิถันกับการแต่งกายครับ ดังนั้นควรเลือกเสื้อที่สามารถซักและปั้นแห้ง แล้วนำมาสวมใส่ได้ครับ  เวลาไปซื้อเสื้อให้สังเกตจากป้ายและฉลากตรงคอเสื้อว่าสามารถซักเครื่องซักผ้าได้หรือไม่

"กางเกง" ควรนำมามากกว่าเสื้อครับ เพราะปัญหาความพอเหมาะของกางเกงครับ เพราะขนาดของกางเกงที่มีขายในอังกฤษส่วนมากทรงกางเกงจะใหญ่และความยาวที่ไม่พอดีกับคนไทย ปัญหาที่ตามมาคือเมื้อมาหาซื้อกางเกงในประเทศอังกฤษแล้วหาที่ตัดขากางเกงให้พอดีลำบากครับ (และแพงมากสำหรับค่าบริการตัดขากางเกง) ด้วยรูปทรงและความยาวจะไม่พอดีครับ ดังนั้น ผมแนะนำว่าควรเตรียมกางเกงมาจากไทยครับโดยเฉพาะ "กางเกงยีนส์" และ "กางเกงวอร์ม" เพราะสามารถซักและใส่ได้โดยไม่ต้องรีดครับ

"รองเท้า" ผมแนะนำให้นำ"รองเท้าผ้าใบ"มาครับ เพราะใส่ง่าย สะดวกต่อการลุยไปในทุกๆที่ครับ ส่วนของรองเท้านี้ถ้าไม่อยากจะเปลืองเนื้อที่กระเป๋า สามารถมาหาซื้อได้อังกฤษครับ เพราะราคา "ไม่แพง" อย่างที่คิดไว้ครับ ส่วนใหญ่พวกรองเท้าแบรนด์เนมมียี่ห้อ เช่น พูม่า ไนกี้ อาดิดาส แม้กระทั้ง โอนิซึกกะ-ไทเกอร์ จะมีราคาที่ "ถูก" กว่าเมืองไทยพอสมควรครับ

"กางเกงใน" ผมแนะนำให้ซื้อจากเมืองไทยครับ เพราะแม้ว่าที่ประเทศอังกฤษจะมีขายกางเกงในหลากแบบหลายสี แต่ก็มีสนนราคาที่ "แพง" เมือเทียบกับเมืองไทยที่ราคา "ถูก" กว่ากันเยอะครับ เว้นแต่คนที่ใส่บ็อกเซอร์สามารถมาซื้อได้ที่อังกฤษครับ เพราะบ็อกเซอร์มียี่ห้อจะราคาถูกกว่าเมืองไทยครับและจะทนต่อการปั้นแห้งได้ดีกว่าบ็อกเซอร์จากจตุจักรและตะวันนาด้วยครับ (เขียนจากประสบการณ์ตรงเลยนะนี้...) เกือบลืมเขียนถึงน้องๆพี่ๆผู้หญิงเลยครับ ควรเตรียมยกทรงและกางเกงในมาให้เพียงพอนะครับ เพราะว่าไซส์และขนาดของคนที่นี้กับคนเอเชีย "แตกต่าง" กันมากพอสมควรครับ ผมได้ฟังจากเพื่อนๆหลายๆคนเค้า"แนะนำ" ว่าควรซื้อจากเมืองไทยดีที่สุดครับ (อันนี้ไม่มีประสบการณ์ตรงเพราะไม่เคยใส่ ฮ่าๆ)

"ถุงเท้า" ควรซื้อถุงเท้าที่ทนทานต่อการสวมใส่และการเดินได้มากกว่า เพราะคนอังกฤษจะนิยมเดินไปในที่ใกล้ๆแม้กระทั้งไกลๆมากกว่านั่งรถไปครับ (เพราะค่ารถเมลล์แพงมากกว่าเมืองไทยมากๆ)  ดังนั้นควรใช้เท้าที่ใส่สบายและทนทาน หากแนะนำผมว่าควรซื้อถุงเท้าที่อังกฤษเพราะว่า"ทนทาน"และบางร้านก็ขายในราคา"ถูก"ครับ ยกตัวอย่าง ผมไปซื้อที่ร้าน Sport Direct  5 คู่  2.99 ปอนด์ สนนราคาเทียบเงินไทยก็ 150 บาทครับ นั้นหมายความว่า คู่ละ30 บาทครับ ใส่แล้วอดทนจริงๆ (ของเค้าดีจริงๆ) แต่ถุงเท้ากีฬาที่ผมนำมาจากเมืองไทยถ้ามาใส่เดิน(แบบทรหด)ที่อังกฤษ ประมาณ 2 วันก็ "เป็นรู" แล้วครับ

"ลองจอห์น-เสื้อยืดซับใน" ความหนาวเหน็บกับประเทศอังกฤษเป็นของคู่กันครับยิ่งถ้าวันไหนไม่มีแดดนะครับไม่ต้องพูดถึงหรือซ้ำร้ายไม่มีแดดออกแล้วฝนก็ดันมาตกด้วยซะอีกแล้ว ความหนาวก็จะคลืบคลานเข้ามาเยือนครับ ดังนั้น เสื้อที่ให้ความอบอุ่นจำเป็นอย่างยิ่งครับ ในความเห็นของผม ควรเตรียมเสื้อซับในหรือลองจอห์นมาจากเมืองไทยครับ เพราะว่าลองจอห์นที่เมืองไทยมีคุณภาพและราคา"ถูก" กว่าที่อังกฤษเยอะมากครับ คำแนะนำในการซื้อลองจอห์นในเมืองไทย ควรซื้อแบบที่ใส่สบายครับ ลองจอห์นตามท้องตลาดจะมีจากแบบจีนผลิต(แบบมีขนด้านใน)กับแบบผ้าฝ้าย-ค็อตตอนผมแนะนำอย่างหลังครับ ใส่สบายกว่าเยอะเนื้อจากไม่มีขนมาคอยจั๊กกะจี้หัวใจ อันนี้สุดแท้แต่รสนิยมนะครับ

"เสื้อกันหนาว"  ควรนำมาครับ เพราะทันทีทีออกจากเครื่องบิน จะสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นของอังกฤษครับ ดังนั้น ควรเตรียมมาสักตัวสองตัวที่เป็นตัวโปรดนะครับ ในส่วนของเสื้อกันหนาวสามารถมาหาซื้อเอาได้ในอังกฤษครับ "ถูกและดี" มีเยอะครับ ไม่ต้องกังวลครับ ราคาถูกสุดเท่าที่เคยเห็น 3 ปอนด์ก็ซื้อได้แล้วนะครับ

"อุปกรณ์กันหนาว" เช่น หมวกไหมพรม ที่ครอบหู ถุงมือ ผ้าพันคอ เป็นต้น ควรนำมาจากเมืองไทยนะครับ โดยเฉพาะหน้าหนาวจำเป็นอย่างยิ่ง แต่หากลืมเอามา ก็มาหาซื้อได้นะครับ สนนราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด

"ผ้าเช็ดตัว" นำมา 2 ผืนก็พอครับ เพราะสามารถใช้หมุนเวียนสลับกันได้ แล้วก็สามารถหาซื้อเอาได้ตามร้านทั่วไปในอังกฤษด้วยครับ (สำหรับผมเอาผ้าขาวม้ามาครับ แห้งง่าย-ไม่อับชื้น-สารพัดประโยชน์)

สำหรับคนที่นำเสื้อเชิร์ตกับกางเกงขายาวแสลคมาแล้วไม่ได้นำ"เตารีด"มาไม่ต้องกังวลครับ ส่วนใหญ่หอพักนักศึกษาในอังกฤษจัดแผ่นรองรีดกับเตารีดไว้ให้กับนักศึกษาทุกๆแฟลตอยู่แล้วครับ สามารถใช้รวมกันได้ครับ

-ยารักษาโรค

ควรนำมาจากเมืองไทยครับ เช่น ยาดม ยาหม่อง ยาทาโรคผิวหนัง รา-กลาก-เกลื่อน ทิงเจอร์ ยาขมตราใบห่อ พาราเซตามอล ทิฟฟี่ ยาแก้ท้องเสีย ฯลฯ ส่วนคนที่เป็นโรคประจำตัวควรเตรียมมาครับ เพราะค่ายาที่นี้ก็ค่อนข้างแพงแต่ก็ไม่ได้โหดร้ายจนเกินไป พอหาซื้อกันได้ครับ

-เครื่องใช้ไฟฟ้า

"ปลั๊กไฟ" ด้วยกระแสไฟในประเทศอังกฤษกับประเทศไทยเหมือนกันครับ ได้แก่ 220 V แต่ต่างกันที่"ขาของปลั๊ก"ครับ ปลั๊กประเทศอังกฤษมีขา "3 ขา" แต่ของไทยมีแค่ "2 ขา" ครับ ดังนั้น ควรหาซื้อหัวปลั๊กสามขาเตรียมไปจากไทยไปด้วยนะครับ และควรเตรียมแผงปลั๊กไฟสามขาที่สามารถใช้ในประเทศอังกฤษได้ แหล่งหาซื้อสามารถหาซื้อได้ที่ พันธุ์ทิพย์ ตะวันนา ฟอร์จูน(เยาฮัน) มีหมดครับ

"มือถือ" อันนี้สุดแท้แต่ครับ จะนำมาเองก็ได้หรือซื้อที่อังกฤษก็ได้ครับ เพราะราคา "พอๆกัน" ครับ แต่หากแนะนำพี่ๆน้องๆควรมาซื้อที่นี้มากกว่าครับ เพราะราคาจะ"ถูกกว่า"เมืองไทยแถมบางทียังสามารถหาซื้อ "รุ่นที่เมืองไทยไม่มี" ได้อีกด้วยครับ 

คำแนะนำพิเศษสำหรับมือถือครับ เมื่อมาถึงที่อังกฤษแล้วทานสามารถหา"ซิมการ์ด" โดยเลือกแบบ จ่ายรายเดือน(pay monthly ) หรือ เติมเงิน (pay as you go ) ครับ ค่ายมือถือมีมากมายหลายค่าย เช่น O2 Vodafone Virgin T-Mobile 3-store เป็นต้น สำหรับซิมการ์ดโทรระหว่างประเทศในราคาพิเศษก็มี เช่น  Lebera เป็นต้น สนนราคาตกประมาน 3-4 เพ็นซ์ ต่อนาทีครับ (1 ปอนด์ : 100 เพ็นซ์)

"กล้องถ่ายรูป" แนะนำให้นำมาเพื่อบันทึกความทรงจำที่ดีนะครับ

"โน๊ตบุ๊คส์หรือแล็ปท็อป" สุดแท้แต่ครับซื้อหาเอาที่อังกฤษได้เลยหรือนำมาจากเมืองไทยก็ได้ครับ แต่ควรเอามาจากเมืองไทยครับ เพราะคีย์บอร์ดมีภาษาไทยและสามารถลงโปรแกรมที่จำเป็นสำหรับการศึกษาก่อนเดินทางมาด้วยครับ คำแนะนำอีกประการนึงนั้นคือควรเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้กับหรือเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มาด้วยนะครับ เช่น USB แผ่นCDเปล่า หูฟัง เป็นต้น

"ทอล์กกิ้ง ดิก" ควรนำมาด้วยนะครับ เพราะช่วยในการออกเสียงและคงสมัยนี้คงไม่มีใครพลิกทีละหน้าเพื่อหากันหรอกครับ ไม่ทันกินพอดี เพราะนอกจากจะเรียนแล้วยังต้องทำงานแข่งกับเวลาอีกครับ

-ของใช้ในชีวิตประจำวัน

ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่ แชมพู ครีม น้ำหอม กรรไกรตัดเล็บ ผ้าอนามัย เป็นต้น ควรนำมาพอประมาณครับ เพราะเหตุว่าที่อังกฤษก็มีขายครับเหมือนกันกับที่เมืองไทย  มีอยู่วันนึงผมเดินไปที่ร้าน Poundland ร้านนี้ขายของทุกอย่าง 1 ปอนด์หมดทุกชิ้นครับ เดินไปเดินมาเจอแชมพูแพนทีน ที่เด็ดไปกว่านั้นเดินเข้าไปดูใกล้ๆเห็นเขียนคำว่า "แพนทีน" เป็นภาษาไทยครับ พระเจ้าช่วย สื้นค้าไทยส่งออกสู่ตลาดโลกแล้วหรือนี้ อิๆๆๆ

 

-เครื่องเขียน

ควรนำมาบ้างตามสมควรครับ เพราะเครื่องเขียนส่วนใหญ่หาซื้อได้ในร้านสโมสรนักศึกษาหรือร้านสวัสดิการของมหาวิทยาลัยอยู่แล้วครับ ไม่จำเป็นต้องขนมามากมายให้เปลืองเนื้อที่

-อาหาร

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง อาหารที่ควรเตรียมมาควรเป็นอาหารแห้งที่สะดวกเช่น มาม่า ผงโลโบ้ น้ำพริกเผาซอง ของขบเคี้ยวแห้งๆ เป็นต้น ไม่ต้องกลัวอดอาหารไทยนะครับ สำหรับอาหารไทยเดี๋ยวนี้สามารถหาได้ไม่ยากครับ โดยเฉพาะร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตคนจีน มีหมดครับ ไม่ว่าจะเป็น ม่าม่า น้ำปลา น้ำพริกเผา ผงกระเพรา ผงกะหรี่ พริกแพงซอง คนอร์ ฯลฯ

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,จัดของครบ-ปิดกระเป๋าเรียบร้อย-รอวันเดินทาง,,,,,,,,,,,,,,,,,,

 

 

ผมออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 เที่ยวบิน BA 10 เวลา 00.10 น. (หลังจากวันที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรฯ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต เพียงแค่สองวันเท่านั้น)  นึกแล้วก็ใจหายครับว่าต้องจากเพื่อนๆและครอบครัว แม่และพ่อ เพื่อเดินทางคนเดียวซะแล้ว อารมณ์ตอนเดินเข้า gate มันช่างหดหู่จริงๆครับ อารมณ์และความรู้สึกเป็นอารมณ์แห่งการ"จากลา" ที่อินไปในหัวใจจริงๆนะครับ แต่จากลาเพื่อมา"พบกัน" พบกับการเริ่มต้นใหม่ๆ พบกับมิตรภาพใหม่ๆ พบกับโลกกว้าง....."คุ้มค่าครับ"......พูดได้คำเดียว!

 ผมออกเดินทางโดยสายการบิน British Airways มุ่งหน้าสู่สนามบิน Heathrow,London ............................หลังจากมาถึงสนามบิน..........................เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นโปรดติดตามตอนต่อไป................................

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

you share always best,that is way i visit your blog,

#6 By Doctoral Dissertation (182.178.42.151) on 2010-10-22 12:50

นี่เป็นบล็อคที่ดี"มากๆ" จริงๆ ครับ Hot! Hot! Hot! ให้ดาวเลย ให้ตายสิ

เผอิญผมก็เหมือนกันที่ต้องเดินทางไปอังกฤษเพื่อไปเรียนต่อช่วงกันยา ตอนนี้เลยต้องเตรียมตัวซื้อของไปก่อน และก็กำลังหาข้อมูลว่าสภาพความเป็นอยู่ที่นั่นเป็นไง จะได้เตรียมตัวถูก

เยี่ยมครับ เป็นประโยชน์มาก ขอให้เขียนต่อไปอีกเรื่อยๆ นะครับ จะคอยอ่านอยู่ : )

#5 By black_coffee on 2009-05-29 20:00

มาติดตามตอนต่อไปค่ะ

น่าสนุกมากๆ เลย ทั้งที่เรื่องราวจริงๆ อาจไม่ได้สนุกแบบนั้นก็ได้ ฮร่าๆๆ

แอบขำตรง แพนทีน นี่แสดงว่าของเค้าต้องดีจริงๆ ถึงมาขายที่อังกฤษได้ เดินทางมาไกลมากๆๆๆ

งั้นพรุ่งนี้ต้องไปซื้อแชมพูแพนทีนมาใช้ซะแล้ว ฮร่าๆๆๆ

#4 By WhyMe? on 2009-05-25 23:06

ขอบคุณสำหรับ comment นะค่ะ อยากมีโอกาสเหมือนคุณจังเลยค่ะ สักวันเราคงมีโอกาสที่จะได้ทำตามคำแนะนำของคุณบ้าง ยังไงก็หาเกล็ดสาระดีๆน่ารักๆของเมืองเค้ามาเล่าให้ฟังบ้างนะค่ะ.ยินดีที่ได้รู้จักคะและจะรอติดตามตอนต่อไปนะ big smile
จ๊าบจิงๆเพื่อนกูsad smile

#2 By Joe (58.9.173.155) on 2009-05-23 13:10

มาติดตาม แล้วจะรอติดตามตอนต่อไป big smile

#1 By จอมบงการ on 2009-05-23 09:00